666HP NUMBER OF THE BEAST

8 กันยายน 2017
«
»

ในคัมภีร์ไบเบิลหมายเลข 666 ถือว่าเป็นตัวเลขของซาตานเป็นตัวเลขที่แฝงไว้ด้วยความลี้ลับมากมายแต่สำหรับตัวเลข 666 ของ MR2 คันนี้ เป็นตัวเลขของฝูงม้าที่สิงสถิตอยู่ในเครื่องยนต์สูบเรียงที่ซุกตัวอยู่ใต้กระโปรงหลัง ซึ่งพร้อมจะบดขยี้ผิวถนนให้มอดไหม้ตามคำสั่งของผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัย

MR2 ถือว่าเป็นรถที่มีพื้นฐานดี ด้วยการออกแบบห้องเครื่องแบบ MID ENGINE REAR WHEEL DRIVE ซึ่งเป็นลักษณะการวางตำแหน่งเครื่องยนต์เหมือนกับเหล่า SUPER CAR แต่ MR2 ไม่ได้มีรูปร่างและเครื่องยนต์ที่ใหญ่โตขนาดนั้น ด้วยตัวรถที่เล็กและเบา ทำให้มีความปราดเปรียว คล่องตัว ถือเป็นอีกหนึ่ง BODY ที่ขับสนุก และเป็นที่นิยมของสายซิ่งทุกยุคทุกสมัย

สำหรับ MR2 คันนี้ ได้รับการปรับแต่งกันแบบสุดๆ เก็บทุกเม็ด ทุกรายละเอียด จนสามารถรีดม้าออกมาได้มากถึง 666 ตัว ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ ในระดับเครื่องยนต์ 4 สูบ พิกัด 2 ลิตร โดยตัวเครื่องของ MR2 คันนี้เป็น BLOCK 3S GTE ที่มีหอยติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเดิมๆ จากโรงงานมีม้ามาให้ควบเล่นอยู่ราวๆ 200 ตัว ซึ่งการเพาะม้าอีกกว่า 466 ตัว ใน BLOCK 3S GTE มันต้องลงทุน ลงแรงค่อนข้างมากเลยทีเดียว ซึ่งไส้ในของ 3S GTE มีการปรับเปลี่ยนไปหลายรายการเลยทีเดียว

เริ่มต้นที่การคว้านกระบอกสูบเป็น 86.5MM พร้อมเสริมปลอกสูบของ DARTON เสริมความอึด ส่วนลูกสูบเลือกใช้เป็นของ ARIAS PISTONS เข้าคู่กับก้านสูบของ EAGLE RODS โดยมีกำลังอัดที่ 8.7 เพิ่มความเย็นให้เครื่องยนต์ด้วยหม้อน้ำอลูมิเนียมจาก MISHIMOTO มาดูส่วนฝาสูบกันบ้าง เริ่มที่ CAMSHAFT ของ HKS เปลี่ยนวาล์วเป็นแบบ OVERSIZE +1MM ทั้งขาเข้า-ขาออก ตัวสปริงวาล์วเป็นของ BRAINCROWER ทำงานร่วมกับหมวกวาล์ว TITANIUM ค่ายเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยน ชุด STUDS เป็นของ ARP และประเก็นฝาสูบเป็นของ KOMETIC เรียกได้ว่าถมของเทพกันแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว
คราวนี้เรามาดูระบบน้ำมันกันบ้าง เริ่มที่ปั้มแรงดันสูงของ WALBRO ระดับ 400 LPH ทำงานร่วมกับรางหัวฉีดของ SARD และหัวฉีด FIVE 0 ขนาด 1,600 CC กรองอากาศเป็นแบบกรองเปลือยของ BLITZ ควบคุมแรงดันน้ำมันให้นิ่งด้วย REGULATOR ของ SARD ทางด้านระบบ INTAKE ก็มาแน่นๆ โหดๆ ด้วย TURBO ของ BROGWARNER EFR 8374 ที่มาพร้อม BLOW-OFF ในตัว งานท่อ INTAKE ในตำแหน่งต่างๆ รวมไปถึงงาน HEADER และ ท่อไอเสีย เป็นงาน CUSTOM โดยช่างปรีชา ซึ่งมีทั้งท่อ TITANIUM และท่อ ALUMINUM ส่วนตัว INTERCOOLER เปลี่ยนมาใช้ของ GREDDY เพื่อลดอุณหภูมิอากาศได้อย่างเฉียบขาดก่อนที่จะเข้าไปปั่น TURBO และจะขาดไปเสียไม่ได้กับ WASTEGATE จาก GREDDY ใน SERIES TYPE R

มาดูระบบส่งกำลังกันบ้าง เริ่มที่ตัวชุดเฟืองเกียร์ยังคงใช้ของเดิมอยู่ แต่ได้เพิ่มเติมชุด SHORT SHIFT ของ MEGAN RACING เพื่อเพิ่มความกระชับ สับไว ส่วนตัวคลัทช์เล่นเป็นแบบ TWIN PLATE ของ ORC ส่วน FLY WHEEL เป็นของค่าย ECLUTCHMASTER พร้อมเสริม LIMITED SLIP ของ CUSCO ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของชุดเกียร์มีการโมเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่เอามาบอกไม่ได้เพราะเป็นความลับของเจ้าของรถ เอาเป็นว่าใครได้เจอตัวจริง เสียงจริง ของ MR2 ก็ลองไปสอบถามรายละเอียดกันนอกรอบ

เมื่อเครื่องแรงแล้ว ช่วงล่างก็ต้องเต็มต้องแน่นตามเพื่อการควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพ เริ่มกันที่ของหลักกับโช๊คเขียวระดับตำนาน TEIN MONO FLEX ที่มาพร้อมชุด KIT ในการปรับแต่ง BALL JOINT ตัวโช๊คทำงานร่วมกับสปริงของ SWIFT SPRING ค่า K ด้านหน้า 7 ด้านหลัง 11 เพิ่มค้ำล่างของ ULTRA RACING ส่วนค้ำบนเป็นของ CUSCO โดยตัวบูชทั้งหมดได้เปลี่ยนเป็นของ PROTHANE เรามาปิดท้ายกันที่เรื่องเบรก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะถ้ารถวิ่งแล้วหยุดไม่ได้ อันนี้งานเข้าเต็มๆ โดยตัวเบรกได้เลือกใช้เป็น ENDLESS ยกชุด โดยตัว CALIPER หน้า 6 หลัง 4 พร้อมจานเบรกค่ายเดียวกัน ด้านหน้า 330 MM หลัง 320 MM คราวนี้เรามาที่ส่วนของล้อกันบ้าง สำหรับงานนี้ได้เลือกใช้เป็น W WORK S1 3 PCS. ขอบ 18 โอบรัดด้วยยาง TOYO

เอาล่ะคราวนี้เรามาดูทางด้าน BODY รถกัน เริ่มกันที่ชุด BODY KIT ทรงโหด สไตล์ STREET WARRIOR ซึ่งเป็นงาน CUSTOM ของ GARAGE UNIQUE ตัว BODY ชุดนี้เป็นทรงโป่งเย็บ ที่มีเส้นสายดุดัน อลังการ โดยตัวกันชนหน้ามาพร้อมช่องลมขนาดใหญ่ เพิ่มความอลังสไตล์ GT CAR ด้วย CANARD CARBON FIBER 2 ชั้น และเสริมลิ้นล่างงาน CARBON FIBER ตัวไฟหน้าเปลี่ยนมาเป็นงาน CUSTOM ของ POON รับกับฝากระโปรง BOMEX ที่ให้ทรงมารับกับกระจกข้างของ GANADOR ส่วนด้านหลังก็โหดไม่ใช่เล่น ตัวกันชนหลังวางงานแบบดิบๆ ด้วยการผ่ากันชนช่วงล่างออกทำเป็นช่องขนาดใหญ่ จัดการกับระบบการไหลเวียนของอากาศด้วย CARBON FIBER DIFFUSER ขนาดใหญ่ รับกับท่อไอเสียแบบออกคู่ โยงยึดตัวงานด้วยขายึดที่ทำจาก TITANIUM

 

นอกจากนี้ยังเสริม GT WING ขนาดใหญ่ถึง 180 CM. จาก GARAGE UNIQUE เสริมความแข็งแรงให้กับห้องโดยสารด้วย ROLL CAGE TITANIUM แบบ 6 จุด ทำสีเป็นสีส้มที่ผสมขึ้นมาใหม่

มาทางด้านระบบไฟฟ้าในรถกันบ้าง เริ่มต้นด้วยการเสริมกล่อง EXTREME ECU ในส่วนของ GAUGE จัดมาแบบชุดใหญ่เรียงเต็มคอนโซลเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผล AIM MXS STRADA DASH , 6 พี่น้อง DEFI, วัด BOOST GREDDY SIRIUS UNIFY, วัดรอบ DEFI RACER ขนาด 80 MM นอกจากยังมีชุดปรับ BOOST ไฟฟ้า GREDDY เรียกได้ว่าล้นๆ แน่นๆ ครบๆ ไม่ต่างจากรถสนามเลยทีเดียว และมาปิดท้ายกับงาน INTERIOR เริ่มต้นที่ เบาะ BRIDE VENUS JAPAN พร้อมรางตรงรุ่น เติมด้วย BELT 4 จุดของ TANAKA พวงมาลัยของ VERTEX รุ่นพิเศษ พร้อมคอบางของ NR-G เปลี่ยนหัวเกียร์ใหม่เป็นของ TRD เป็นอย่างไรครับ กับ MR2 คันนี้ ผมเชื่อเลยว่า ค่าทำ ค่าของ ยอดรวมมันเกินราคาตัวรถไปไกลมากแน่ๆ สุดจริง แรงจริง ครบจริง ถือเป็นหนึ่งในรถระดับ HYPER TUNING ของสยามประเทศทีเดียวครับ

error: Content is protected !!